Electrolux Newsroom Thailand

อีเลคโทรลักซ์ เชิญชวนคนรุ่นใหม่ตระหนักถึงคุณค่าของข้าวจากทุ่งนาสู่มื้ออาหาร ในโครงการ RICE UP HAPPINESS by Electrolux

รูปภาพ

อีเลคโทรลักซ์ เชิญชวนคนรุ่นใหม่ตระหนักถึงคุณค่าของข้าวจากทุ่งนาสู่มื้ออาหาร
ในโครงการ RICE UP HAPPINESS by Electrolux
“อุ่นอิ่มสุข ในทุกการหุง”
025 ถ่ายภาพร่วมกัน

เพราะให้ความสำคัญกับ “ข้าว” ที่เป็นมากกว่าอาหาร แต่เป็นจุดกำเนิดความสุขของคนไทยทุกครอบครัว ล่าสุด บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพ
ชั้นนำระดับโลกจากประเทศสวีเดน เปิดตัวโครงการ “RICE UP HAPPINESS by Electrolux” ภายใต้แนวคิด “อุ่นอิ่มสุข ในทุกการหุง” เพื่อปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ให้เล็งเห็นความสำคัญของข้าวจากทุ่งนาสู่มื้ออาหาร เชิญชวนร่วมกิจกรรมเรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาและการทำอาหารที่เกี่ยวกับข้าว พร้อมมอบหม้อหุงข้าวอีเลคโทรลักซ์ จำนวน 100 เครื่อง เพื่อสาธารณประโยชน์ของ จ.สุพรรณบุรี ที่ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เมื่อเร็วๆ นี้
ในงานได้รับเกียรติจาก พิภพ บุญธรรม รองผู้ว่าราชการ จ.สุพรรณบุรี, ธัญภา นิโครธานนท์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุพรรณบุรี, มร. แซนต้า นิโคลัส ผู้จัดการทั่วไป เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, สุทธิ มโนกิจจรูญมั่น ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยดาราและเซเลบริตี้ชื่อดัง อาทิ คู่รักรักษ์โลก “นุ่น” ศิรพันธ์ วัฒนจินดา และ “ท็อป” พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, คู่เพื่อนสนิท “จุ๋ย” จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา และ “หมิง” สุวรา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ร่วมกิจกรรมเรียนรู้วิถีชีวิตชาวนา
สำหรับกิจกรรมในโครงการ “RICE UP HAPPINESS by Electrolux” ครั้งนี้ จัดขึ้นที่ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ก่อตั้งโดยพิชัย เจริญธรรมรักษา หรือเฮียใช้ นายกสมาคมผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งตั้งใจให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการทำนาที่ผู้สนใจจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตของบรรพบุรุษไทยในอดีต โดยมีแปลงนาสาธิตการปลูกข้าวนาปรัง
12 ชนิดที่นิยมปลูกในปัจจุบัน เพื่อให้ชาวนาและผู้สนใจได้มีความรู้ในการตัดสินใจเลือกชนิดพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม ทั้งยังได้ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องข้าวกับปราชญ์ผู้มากประสบการณ์
001มร.แซนต้า นิโคลัส

มร.แซนต้า นิโคลัส ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงที่มาของโครงการดังกล่าวว่า “ถึงแม้อีเลคโทรลักซ์จะเป็นแบรนด์จากยุโรป แต่อีเลคโทรลักซ์ก็มีความเข้าใจในวัฒนธรรมของคนในภูมิภาคเอเชียเป็นอย่างดี อย่างวิถีชีวิตของคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความผูกพันกับข้าวมาอย่างยาวนาน มีการบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก เพราะเป็นวัตถุดิบสำคัญในการประกอบอาหาร โดยสามารถสร้างสรรค์เมนูอาหารจากข้าวมากมาย ทั้งอาหารคาว และอาหารหวาน รวมทั้งวิถีชีวิตของผู้คนในภูมิภาคนี้ ยังมีวัฒนธรรมในเรื่องการรับประทานข้าวร่วมกันในครอบครัวอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ อีเลคโทรลักซ์ จึงริเริ่มโครงการ RICE UP HAPPINESS by Electrolux ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นโครงการที่มีคุณค่า ส่งเสริมสังคมที่ดีอีกโครงการหนึ่ง สำหรับคำว่า Rice up Happiness หมายถึง การเพิ่มความสุขให้ทุกคนในครอบครัวด้วยหม้อหุงข้าวคุณภาพดี ที่จะช่วยให้ได้สัมผัสรสชาติที่แท้จริงของข้าว ครบถ้วน
คุณค่าทางโภชนาการ โดยจัดกิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับข้าวในเขตประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยเริ่มต้นโครงการแรกที่ประเทศไทย ประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของข้าวคุณภาพดีที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
นอกจากนี้ต้องขอขอบคุณ “เชฟคิตตี้” วิจิดา วงศ์ประเสริฐ ที่ได้สร้างสรรค์อาหารที่ทำจากข้าวหลากหลายเมนูในภูมิภาคนี้ มาแบ่งปันให้นานาชาติเพื่อนบ้านใกล้เคียง”
สุทธิ มโนกิจจรูญมั่น ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย จำกัด เผยวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ว่า “ข้าวเป็นอาหารหลักที่สร้างความสุขให้กับคนไทยมายาวนาน ในขณะที่ปัจจุบัน
คนรุ่นใหม่มีไลฟ์สไตล์ในการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ข้าวถูกลดความสำคัญลง จนทำให้
หลายคนลืมคุณค่าที่แท้จริงของข้าวไทย นอกจากนี้ คุณค่าของข้าวยังเป็นตัวแทนในการส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวผ่านการรับประทานข้าวร่วมกัน ภายใต้แนวคิด หม้อหุงข้าวอีเลคโทรลักซ์ อุ่นอิ่มสุขในทุกการหุงด้วยมุ่งหวังให้ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่หันมาเห็นความสำคัญของข้าวและความเหนื่อยยากของชาวนา ดังประโยคที่ปรากฏที่ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทยว่า ‘ข้าวทุกเม็ด คือ จิตวิญญาณของชาวนา’
“ดังนั้น อีเลคโทรลักซ์ จึงจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้นที่ศูนย์เรียนรู้ฯ เพื่อกระตุ้นให้ตระหนักถึงคุณค่าของข้าวทุกเม็ด เห็นคุณค่าความเหนื่อยยากของชาวนา โดยเมื่อเดือนที่แล้วผมและคุณธัญภา ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุพรรณบุรี ได้มาร่วมกันดำข้าวที่ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้เป็นรูปโลโก้ Amazing Thailand และโลโก้
Electrolux ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มีโอกาสการดำข้าวบนผืนนาจริงๆ ภายในเวลา 1 ชั่วโมงที่ลงมือดำข้าวนั้น รู้สึกเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย และรับรู้ถึงความยากลำบากของชาวนาที่กว่าจะปลูกข้าวมาให้พวกเราได้บริโภคต้องทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงงาน และเหน็ดเหนื่อยมากมายขนาดไหน และเหตุผลว่า ทำไมอีเลคโทรลักซ์จึงให้ความสำคัญในเรื่องของข้าว รวมทั้งร่วมรณรงค์สร้างสรรค์เมนูหลากหลายที่ทำจากข้าว ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน โดยครั้งนี้ อีเลคโทรลักซ์ ได้จัดทำเมนูอาหารที่มีข้าวเป็นส่วนผสมหลัก อาทิ ข้าวผัดน้ำพริกสูตรชาววัง ข้าวยำปักษ์ใต้กับน้ำสลัดบูดู ข้าวอบเผือกหม้อดินผสมธัญพืช เครปข้าวหอมมะลิ และข้าวต้มมัด เป็นต้น แจกให้บุคคลทั่วไปที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ทางอินสตาแกรม (IG) @ElectroluxTH อีกด้วย”
003 สุทธิ มโนกิจจรูญมั่น
ด้านคู่รักรักษ์โลก “ท็อป” พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร และ “นุ่น” ศิรพันธ์ วัฒนจินดา เปิดเผยความสำคัญของข้าวในวิถีชีวิตของคนไทย และความประทับใจที่ได้ร่วมกิจกรรมในโครงการ “RICE UP HAPPINESS by Electrolux”
“ท็อป” พิพัฒน์ เล่าว่า ความที่เป็นรุ่นใหม่ที่มีชีวิตอยู่ในเมือง และทำงานค่อนข้างหนัก มื้อเช้าที่เร่งรีบภรรยาจะหุงข้าวเตรียมไว้ และทำกับข้าวนิดหน่อย หรือมื้อเย็นถ้าอยากรับประทานง่ายๆ ก็จะทำไข่เจียวรับประทานกับข้าวร้อนๆ ก็ถือความสุขง่ายๆ สำหรับตัวเองแล้ว “การได้รับประทานข้าวพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัวเป็นความสุขที่สุดในชีวิตของผม ดังนั้นทุกเย็นจะพยายามรีบเคลียร์งาน และกลับบ้านเพื่อจะได้รับประทานข้าวกับคุณแม่ เพราะคุณแม่ชอบทำกับข้าว ส่วนนุ่นก็จะมีหน้าที่หุงข้าว ผมว่าเป็นวิถีชีวิต
แบบไทยๆ และมีความสุขเวลาอยู่ที่บ้าน ที่สำคัญเราสองคนเดินทางเยอะมาก อาหารของแต่ละประเทศ
หรือแต่ละสถานที่จะมีความแตกต่างกัน ไม่มีทางที่ชีวิตของเราจะชอบรับประทานอาหารต่างประเทศประเภทเส้น หรืออาหารที่ทำจากแป้งสาลี ซึ่งอาจจะรับประทานได้บ้างเป็นบางมื้อ แต่สุดท้ายเวลาที่เดินทางไปต่างประเทศนานๆ ก็ต้องกลับมาจบที่ข้าวสวย อุ่นๆ หอมๆ เวลาตักข้าวและกับข้าวแบบไทยๆ เข้าปากเป็นช่วงเวลาที่สุดยอดมากแล้วสำหรับผมแล้วครับ”
ส่วน “นุ่น” ศิรพันธ์ เผยว่า สิ่งแรกที่ลูกผู้หญิงทุกคนต้องทำเป็นคือ การหุงข้าวและชื่นชมวัฒนธรรมไทยแบบดั้งเดิมที่ทุกคนจะได้รับการปลูกฝังความเป็นแม่ครัวที่ถ่ายทอดจากแม่ไปสู่ลูก “นุ่นชอบวัฒนธรรมไทยตรงที่ความเป็นแม่ครัว ต้องได้รับการปลูกฝังถ่ายทอดจากแม่ไปสู่ลูก ต่อให้ทำกับข้าวไม่เป็น แต่สิ่งหนึ่งที่ลูกผู้หญิงทุกคนต้องทำได้คือ หุงข้าว ที่สำคัญนุ่นมีความรู้สึกร่วมกับข้าวมากเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสเล่นละครที่ได้สัมผัสกับชีวิตชาวนา ได้รับรู้และถ่ายทอดความรู้สึกของบรรพบุรุษที่ต้องการรักษาแผ่นดินไทย เพื่อให้คนไทยรุ่นหลังได้มีเมล็ดพันธุ์ข้าว และมีผืนนาไว้
เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเรา สำหรับนุ่นข้าวจึงไม่ได้มีไว้แค่รับประทานให้อิ่ม หรือผูกสายใยในครอบครัว แต่ข้าวคือ รากฐานของประเทศไทย สังคมไทย และวัฒนธรรมไทยที่อยากให้ทุกคนช่วยกันรักษาไว้ค่ะ”003ศิรพันธ์ วัฒนจินดา-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร
ท่ามกลางบรรยากาศแห่งท้องทุ่งนาเขียวขจีที่ข้าวหลากหลายสายพันธุ์ในบริเวณศูนย์เรียนรู้ฯ กำลังเริ่มออกรวงเหลืองทองอร่าม อีเลคโทรลักซ์ ได้จัดเตรียมกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการทำขนมไข่ปลา ขนมไทยที่หารับประทานได้ยาก รวมทั้งการเกี่ยวข้าวและการฟาดข้าว เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ตรงกว่าจะเป็นข้าวที่เราบริโภคในทุกมื้อนั้น ชาวนาต้องฟูมฟักต้นข้าวมาอย่างเหนื่อยยากเพียงไร โดยมีสองเซเลบริตี้สาวตัวแทนรุ่นใหม่ จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา และสุวรา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ร่วมถ่ายทอดความประทับใจจากการร่วมกิจกรรมดังกล่าว
จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา เผยว่า กิจกรรมครั้งนี้ช่วยให้ใกล้ชิดธรรมชาติ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของไทย และเห็นคุณค่าของข้าวมากขึ้น “ชีวิตแบบคนในเมืองห่างไกลจากทุ่งนา นานๆ ถึงจะได้มีโอกาสมาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ ได้มาทำขนมไทยที่หารับประทานค่อนข้างยาก อย่างขนมไข่ปลา ซึ่งตัวเองก็เพิ่งรู้จักและได้ลองรับประทานเป็นครั้งแรกด้วย จากนั้นก็ได้ลองห่อข้าวต้มมัดด้วยค่ะ รวมทั้งได้ลองเกี่ยวข้าว
เป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย การที่ได้มาร่วมกิจกรรมกับอีเลคโทรลักซ์ในวันนี้ ทำให้เห็นคุณค่าของข้าวมากยิ่งขึ้น เพราะกว่าจะมาเป็นข้าวแต่ละเมล็ดได้ ต้องใช้เวลาในการดูแลฟูมฟักข้าว อยากให้ทุกคนรู้คุณค่าของข้าว อย่ากินทิ้งกินขว้างจะดีที่สุดค่ะ
“ที่สำคัญข้าวของประเทศไทยมีคุณภาพที่ดีที่สุดและรสชาติอร่อย ในฐานะคนไทยก็ควรสนับสนุนข้าวไทยด้วยการกินข้าว นอกจากนี้การรับประทานข้าวร่วมกันในครอบครัว ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย เพราะเราจะได้ใช้เวลาในการรับประทานข้าวพูดคุยอัพเดตชีวิตของกันและกันในแต่ละวันด้วย”
เธอบอกว่า ปกติตนเป็นคนชอบหุงข้าวรับประทานเอง คุณแม่ชอบรับประทานข้าวกล้อง ส่วนตัวเองชอบข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งข้าวทั้งสองชนิดนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก อย่างข้าวกล้องเวลาหุงข้าวกล้องคุณแม่มักใช้ซึ้งนึ่งเหมือนสมัยก่อน ซึ่งจะทำให้ข้าวนิ่มกว่าหุงแบบอื่นๆ แต่ปัจจุบันนี้การหุงข้าวไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เพราะมีหม้อหุงข้าวที่ตั้งโปรแกรมหุงข้าวได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าข้าวชนิดไหน ก็หุงได้ง่ายดายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
004 สองสาวเพื่อนสนิทกับเมนูข้าวต้มมัดที่ทำจากหม้อหุงข้าวอีเลคโทรลักซ์
ด้าน สุวรา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เล่าว่า สนุกกับทุกกิจกรรมที่ได้ทดลองทำในสิ่งที่ไม่เคยได้ทำมาก่อนในชีวิต เช่น เกี่ยวข้าว หรือทำขนมไข่ปลา ซึ่งเป็นขนมไทยที่หารับประทานค่อนข้างยาก รวมทั้งได้ชมวิธีการทำนา ทั้งแบบดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่ที่มีการนำเครื่องจักรมาประยุกต์ใช้ด้วย
“คนไทยเกิดมาก็มีข้าวเป็นอาหารหลัก ดังนั้นจึงควรหันมาเห็นคุณค่า เพราะประเทศไทยก็ส่งออกข้าวไปต่างประเทศเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งเด็กๆ ยุคใหม่อาจจะลืมเลือนไปแล้วว่า ข้าวเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทย และสามารถนำมาทำเป็นอาหารได้หลากหลาย โดยเฉพาะขนมไทยที่มีข้าวเป็นวัตถุดิบหลัก อย่างตัวเองชอบรับประทานข้าวหอมมะลิ ชอบที่มีกลิ่นหอมละมุน และมีความนุ่มนวลรับประทานเพลิน ยิ่งถ้าวันไหนได้รับประทานข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว มื้อนั้นจะเจริญอาหารมากขึ้นเป็นพิเศษด้วยค่ะ”
เธอบอกว่า หุงข้าวเป็นตั้งแต่เด็ก เพราะคุณย่าเป็นคนสอนตามหลักแบบโบราณ คือ หลังจากนำข้าวไปซาวน้ำ เพื่อทำความสะอาดข้าวแล้ว เวลาหุงข้าวก็จะเติมน้ำเท่าข้อนิ้ว ก็จะได้ข้าวนิ่มอร่อยกำลังดี และหากมีหม้อหุงข้าวดีๆ สักใบด้วย ก็จะช่วยทำให้การหุงข้าวเป็นเรื่องง่าย และอร่อยเหมือนกันทุกครั้ง ประเทศไทยเป็นแหล่งปลูกข้าวที่ดีแห่งหนึ่งของโลก ในฐานะที่เราเป็นคนไทย ก็ไม่อยากให้ทุกคนลืมข้าวไทย และหันมาบริโภคข้าวกัน เพื่อเป็นกำลังใจให้ชาวนาด้วย
จากนั้นขึ้นรถรางเยี่ยมชมพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ฯ ซึ่งประกอบด้วย โรงคัดแยกเมล็ดพันธุ์ข้าว แปลงนาสาธิต แปลงกล้า แปลงผักปลอดสาร เรือนวิถีชาวนาไทยในอดีต เรือนศูนย์รวมดวงใจไทยทั้งชาติ เรือนหนังสือพระราชกรณียกิจและเรือนหนังสือข้าว เรือนแม่โพสพ และร้านขายของในอดีต เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “RICE UP HAPPINESS by Electrolux” ภายใต้แนวคิด “อุ่นอิ่มสุข ในทุกการหุง” สามารถดาวน์โหลดเมนูอาหารจากข้าวผ่านอินสตาแกรม @ElectroluxTH หรือสแกน QR Code ที่ป้ายส่งเสริมการขาย 3 จุด ที่ “กูร์เมต์ มาร์เก็ต” สาขาศูนย์การค้าสยามพารากอน และ
สาขาดิ เอ็มโพเรียม และ “โฮม เฟรช มาร์ท” สาขาเดอะมอลล์ บางแค
นอกจากนี้อีเลคโทรลักซ์ยังได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเพาเวอร์มอลล์ กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ
โฮม เฟรช มาร์ท โดยมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ เมื่อซื้อหม้อหุงข้าวอีเลคโทรลักซ์ 1 เครื่องตามรุ่นที่กำหนด (ERC3505, ERC7603W, ERC6503W และ ERC6603W) ที่เพาเวอร์มอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน,
ดิ เอ็มโพเรียม และเดอะมอลล์ บางแค พร้อมกับซื้อข้าวสารยี่ห้อใดก็ได้ ที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต หรือ โฮม เฟรช มาร์ท ของสาขานั้น สามารถรับถุงผ้า Rice up Happiness พร้อมข้าวหอมมะลิต้นฤดู ตราหงษ์ทอง ขนาด 5 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง ฟรี ติดต่อรับได้ทันทีที่จุดบริการลูกค้าหน้าซูเปอร์มาร์เก็ต ตั้งแต่วันนี้ถึง 23 ตุลาคมนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/electroluxthailand หรือ เว็บไซต์ www.eletrolux.co.th

บันทึก และแสดงข้อความ